ภูมิสัณฐานของพื้นที่

พื้นที่สาธิตตั้งอยู่ในบริเวณจากจุดบรรจบของแม่น้ำโขงกับแม่น้ำสงคราม ทอดยาวขึ้นไปตามลำน้ำสงครามออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเป็นระยะทาง 60 กิโลเมตร มีแม่น้ำเมาและบึงโขงหลงรวมอยู่ด้วยภายในพื้นที่ มีอาณาบริเวณครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของที่ราบน้ำท่วมถึงของลุ่มน้ำสงคราม เปรียบได้กับทะเลสาบโตนเลสาบในประเทศกัมพูชา ในช่วงฤดูฝนที่มีฝนตกชุกสูงสุดระหว่างเดือนมิถุนายนและสิงหาคม ระดับน้ำในแม่น้ำจะสูงขึ้นและไหลท่วมพื้นที่ชื้นแฉะ ทะเลสาบรูปแอกวัว บ่อน้ำธรรมชาติ ลำธาร และผืนป่าจำนวนมากมายหลายแห่ง ก่อให้เกิดเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 108,000 เฮคแตร์ หรือ 17,280 ไร่ ช่วงน้ำท่วมขังจะกินเวลา 3-4 เดือน หลังจากนั้นน้ำจะระบายลงสู่แม่น้ำโขงอย่างช้าๆ พื้นที่ชุ่มน้ำในลุ่มน้ำสงครามตอนล่างถูกจัดเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญของชาติในบัญชีพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย

พื้นที่สาธิตมีอาณาบริเวณอยู่ในเขตจังหวัดอุดรธานี หนองคาย สกลนคร และนครพนม ประกอบด้วยหมู่บ้านทั้งสิ้น 30 หมู่บ้าน และประชากรจำนวนประมาณ 20,000 คน มีวิถีชีวิตพึ่งพิงกับการจับปลาและเก็บเกี่ยวผลผลิตอื่นๆ ในพื้นที่ชุ่มน้ำเป็นอาชีพเสริม ขณะที่แหล่งที่อยู่อาศัยหลายแห่งในพื้นที่ชุ่มน้ำถูกรบกวนจากการตัดไม้ในป่าที่น้ำท่วมขังเพื่อนำไปเผาถ่าน การหักร้างถางป่าเพื่อใช้ที่ดินทำการเกษตร การเลี้ยงปศุสัตว์ในทุ่งหญ้า และการเสาะหาของป่าเพื่อเป็นอาหาร พื้นที่น้ำขังบางแห่งและผืนป่าน้ำท่วมขังบางส่วนยังคงไม่ถูกกระทบ

แม่น้ำสงครามมีความยาว 420 กิโลเมตร มีพื้นที่รับน้ำ 12,367 ตารางกิโลเมตร เป็นแม่น้ำสาขาหลักสายเดียวของแม่น้ำโขงที่ไม่มีการก่อสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ บริเวณลุ่มน้ำสงครามตอนล่างมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด โดยเป็นแหล่งเก็บสะสมความหลากหลายทางชีวภาพทางน้ำ และแหล่งวางไข่ของปลาและอนุบาลปลาวัยอ่อนมากกว่า 17 ชนิดพันธุ์ รวมทั้งชนิดพันธุ์ที่จัดอยู่ในบัญชีใกล้สูญพันธุ์ ได้แก่ ปลาบึก (Pangasianodon gigas) ปลาหมากผาง (Tenualosa thibodeaui) ปลาตอง (Chitala blanci) ปลายี่สก (Probarbus jullieni) และปลาเอินฝ้าย (Probarbus labeaminor)

บึงโขงหลง เป็นทะเลสาบรูปแอกวัว ตั้งอยู่บริเวณเหนือสุดของแม่น้ำเมา ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำสงคราม ได้รับการประกาศให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงโขงหลงเมื่อเดือนธันวาคม 2525 และได้รับการเสนอชื่อให้ขึ้นบัญชีภายใต้อนุสัญญาแรมซาร์หรืออนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศเมื่อเดือนเมษายน 2543 บึงโขงโหลงมีเนื้อที่ 1,103 เฮคแตร์ หรือ 177 ไร่ เป็นพื้นที่น้ำขังถาวร 1,060 เฮคแตร์ หรือ 170 ไร่ และผืนป่าเต็งรัง 43 เฮคแตร์ หรือ 7 ไร่ อยู่ภายใต้การดูแลของกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับบึงโขงหลงที่ได้มีการจัดทำขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีทั้งการสำรวจข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับพรรณพืช การศึกษาด้านเศรษฐกิจและสังคม และการศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับพรรณพืชน้ำและปลา

แหล่งที่อยู่อาศัยหลักที่เกี่ยวโยงกับลุ่มแม่น้ำสงครามตอนล่าง ได้แก่

  • ผืนป่าที่มีน้ำท่วมขัง มีพรรณพืชส่วนใหญ่เป็นต้นไม้ขนาดเล็ก พุ่มไม้หนาม และต้นไผ่ พรรณพืชที่พบในแหล่งที่อยู่อาศัยนี้มีทั้งสิ้น 153 ชนิดพันธุ์ อาทิ ต้นจิกน้ำ (Barringtonia actungula) ต้นแฟบน้ำ (Hymenocardia wallichii) ต้นนาวน้ำ (Artabotrys spinosus) ต้นแขนงน้อย (Phyllanthus collinsae) และต้นไผ่ป่า (Bambusa arundinacea) ในอดีตมีการตัดไม้จำนวนมากในป่าน้ำท่วมขังเพื่อนำมาเผาถ่าน และการหักร้างถางป่าเพื่อใช้ที่ดินทำการเกษตร ผืนป่าที่ยังเหลือตามแนวริมฝั่งแม่น้ำ และที่กระจัดกระจายอยู่รอบทะเลสาบและพื้นที่ชื้นแฉะ มีเนื้อที่ทั้งสิ้นประมาณ 10,000 เฮคแตร์ หรือ 1,000 ไร่ ผืนป่าน้ำท่วมขังขนาดใหญ่ขึ้นไปตั้งแต่ 50-300 เฮคแตร์ หรือ 8-48 ไร่เป็นแหล่งวางไข่และอนุบาลสัตว์วัยอ่อนอันสำคัญยิ่งของปลาหลายชนิดพันธุ์
  • ทะเลสาบรูปแอกวัวและพื้นที่ชื้นแฉะ พบเห็นได้ทั่วไปในที่ราบน้ำท่วมถึงของลุ่มน้ำสงคราม เป็นบริเวณที่มีทะเลสาบเกิดขึ้นมากกว่า 100 แห่ง เป็นทะเลสาบที่มีน้ำขังถาวร 51 แห่ง พื้นที่เหล่านี้หลายแห่งมีหญ้าทรงกระเทียม ต้นกกต้นอ้อ และบัว ขึ้นปกคลุมอย่างหนาแน่น
  • ช่องแคบในแหล่งน้ำไหล เป็นหัวใจของลุ่มน้ำสงคราม มีระดับน้ำลึกผันแปรไปตามฤดูกาล ตั้งแต่ 2 เมตรในช่วงหน้าแล้ง จนถึง 10 เมตรในช่วงหน้าฝน ชั้นดินทับถมบริเวณก้นแม่น้ำมีลักษณะเป็นดินปนทราย และดินทรายที่อุดมด้วยอินทรีย์วัตถุที่น้ำพัดพามาจมตามสองฟากแม่น้ำ มีโขดหินก่อตัวขึ้นในบางช่วงบางบริเวณ เกิดเป็นเกาะแก่งที่มีน้ำไหลเชี่ยวกรากในลำน้ำ