คำศัพท์
ความหมาย
กุด
เป็นแอ่งน้ำที่แทรกกระจายอยู่ในทาม เกิดจากการเปลี่ยนทิศการไหลของน้ำ มีน้ำขังตลอดปี ลักษณะคล้ายกับหนอง แต่มีขนาดใหญ่กว่า เมื่อถึงน้ำหลากกุดจะเชื่อมกับแหล่งน้ำอื่นกลายเป็นผืนเดียวกัน
แก้ง
คือหินหรือทรายที่ขวางทางน้ำ ถ้าเป็นทรายจะเรียก "แก้งทราย" ถ้าเป็นหินจะเรียก "แก้งหิน" ในแม่น้ำสงครามส่วนมากจะพบแก้งทรายปนกับหินกรวด พืชที่พบคือสาหร่ายและเทา เป็นที่อยู่ของปลา หอย กุ้ง แมงเหนี่ยว
คำ
แอ่งน้ำขนาดเล็กคล้ายกับซำ มีน้ำซับ ในฤดูแล้งน้ำมีโอกาสแห้ง ส่วนฤดูฝนน้ำจะท่วม พบในบริเวณรอยต่อระหว่างบริเวณลุ่มกับโนน ยอดฮ่องและด้านล่างส่อม พืชที่ขึ้น คือ เฟิร์น ผักกูด ผักหนามและตะไคร่น้ำ สัตว์ที่พบคือเอี่ยน กบ เขียด งู หนู ปลิงและไส้เดือน
คุย
เป็นพื้นที่ต่ำกว่าโพน อยู่ริมน้ำสงคราม มีพื้นที่กว้างประมาณ ๕๐ เมตร ความยาวไม่จำกัด ลักษณะเป็นคันดินขนาดใหญ่ น้ำจะท่วมเฉพาะฤดูน้ำหลาก พรรณพืชที่พบส่วนมากเป็นหญ้าและเครือไม้
โคก
เป็นที่สูง น้ำไม่ท่วม มีบริเวณไม่กว้าง ลักษณะเป็นป่าผลัดใบและป่าเต็งรัง พบไม้ขนาดเล็กและขนาดกลาง มีไม้พุ่มขึ้นปกคลุมพื้นดิน ใช้เลี้ยงสัตว์และเก็บของป่า ในฤดูฝนจะมีเห็ดหลายชนิด
ซำ
เป็นแอ่งน้ำขนาดเล็ก ลักษณะเป็นดินเลน มีน้ำซับไหลตลอดเวลา พบบริเวณรอยต่อระหว่างส่อมกับฮ่อง ริมทุ่งที่มีความลาดชันต่อกับทาม บ๊ะที่เชื่อมต่อกับทาม พืชที่ขึ้น คือ หญ้า ผักขี้บ่อ มีปลาและเอี่ยนอาศัยอยู่
ดง
พื้นที่สูงน้ำจะไม่ท่วม มีบริเวณกว้างและสูงกว่าระบบนิเวศย่อยอื่น มีพรรณไม้หลากหลายชนิดโดยเฉพาะไม้ใหญ่และเห็ด ฤดูแล้งป่าจะโปร่ง ฤดูฝนจะรกทึบมีความชื้นสูง ไทบ้านจะเข้าไปเก็บของป่า เห็ด ผัก ฟืน สมุนไพร และเลี้ยงสัตว์ตลอดทั้งปี
ดอน
ลักษณะเป็นที่ราบสลับกับเนินดิน น้ำจะไม่ท่วม มีพรรณไม้ขึ้นใหญ่และเล็กสลับกันไป โดย แบ่งดอนออกเป็น ๒ ประเภท คือ ดอนสูง และ ดอนลุ่ม
ดูม ดูน หรือ พง
เป็นน้ำซับตลอดปี มีบริเวณกว้าง ลักษณะเป็นดินโคลน บริเวณหน้าดินแน่นและแข็งตัว แต่ใต้หน้าดินมีความอ่อนตัว หากคนหรือสัตว์ไปเหยียบดินบริเวณเหล่านี้จะทำให้มีลักษณะ"หมุมหมาม"คล้ายโคลนดูด พบตามริมน้ำสงคราม หาดและแก้ง
ทาม
คือ พื้นที่ราบอยู่เหนือบุ่งขึ้นมา ฤดูน้ำหลากบริเวณทามจะถูกน้ำท่วมนานประมาณ ๓-๔ เดือน เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา เก็บหน่อไม้ที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมา ส่วนฤดูแล้งน้ำจะแห้งเหลือน้ำค้างตามระบบนิเวศย่อยที่แทรกตัวอยู่ในทาม ทามได้รับปุ๋ยที่เป็นตะกอนมาทับถมกันในฤดูน้ำหลาก
ทุ่งนาหรือท่ง
เป็นพื้นที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึงและท่วมไม่ถึง พรรณพืชที่พบเป็นไม้ยืนต้น เช่น ทม ไผ่ หูลิง เสียว กะโดน ผือ เบ็น เหมือดกุ้ง ฯลฯ ในฤดูฝนน้ำจะท่วมพื้นที่บางส่วนมี กุ้ง หอย ปู ปลา กบ เขียด ขึ้นไปอาศัยและวางไข่ ใช้เป็นพื้นที่ทำการเกษตร ส่วนฤดูแล้งใช้เลี้ยงสัตว์
น้ำจั้น
เป็นน้ำที่ไหลออกมาจากริมน้ำสงครามและลำห้วยสาขา สามารถเห็นในช่วงน้ำลด ด้านล่างน้ำจั้นเป็นน้ำซับที่เรียกว่า "ซำ" เป็นแหล่งน้ำดื่มในช่วงฤดูหนาวถึงฤดูแล้ง โดยใช้ไม้ไผ่ทำเป็นรางให้น้ำไหลเพื่อรองน้ำ
โนน
เป็นพื้นที่ไม่สูงมาก น้ำไม่ท่วม ลักษณะเป็นป่าผลัดใบ พบไม้ยืนต้น เช่น ซาด แดง ไผ่กะซะ ไผ่ป่า หูลิง เม่า เปือย หนามคอม ฯลฯ สัตว์ที่พบ คือ หนู นก ค้างคาว กิ้งก่า งู หนู ตั๊กแตน ช่วงฤดูน้ำหลากจะเป็นที่อยู่อาศัยที่สำคัญของสัตว์ต่างๆ ที่อพยพขึ้นมาจากบริเวณน้ำท่วม
บ๊ะ
เป็นบริเวณที่มีความลาดเอียงอยู่ระหว่างโคกกับทุ่ง เป็นป่าผลัดใบและป่าผสมระหว่างป่าโคกกับป่าทุ่ง มีต้นไม้ขนาดเล็กจนถึงขนาดกลาง เช่น ซาด เม็ก หนามแท่ง พอก มันนก มันแซง ในพื้นที่ศึกษาสำรวจพบบ๊ะ ๓ แห่ง คือ บ๊ะโนนตาส่อ อยู่ในเขตบ้านปากยาม บ๊ะพอก และ บ๊ะโคก อยู่ในเขตบ้านยางงอย
บุ่ง
เป็นแอ่งน้ำแต่ไม่ลึกอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสงครามและลำห้วยสาขา ลักษณะเหมือนกับหนอง มีน้ำท่วมถึงในฤดูน้ำหลาก ในฤดูแล้งน้ำจะแห้ง พบพรรณพืชป่าทามขึ้นหนาแน่น มีปลาอพยพเข้ามาอาศัยและวางไข่
บุญผะเหวด
บุญประเพณีอีสาน ที่จัดขึ้นตามฮีตสิบสองคองสิบสี่ โดยจัดปีละ ๑ ครั้ง ภายในเดือนสามเท่านั้น
ปาก
บริเวณที่น้ำจากระบบนิเวศที่เล็กกว่าไหลมาบรรจบกับระบบนิเวศที่ใหญ่กว่า ก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำใหญ่ เช่น บริเวณที่น้ำยามไหลมาบรรจบกับน้ำสงคราม เรียกว่า ปากน้ำยาม
ผักบ่อ
ผักทามพื้นบ้าน ลักษณะเป็นพุ่มคล้ายผักด่างขม ดอกสีม่วง เกิดบริเวณที่มีน้ำซับไหลตลอดเวลา ดินเลน หรือริมฝั่งน้ำ เก็บกินได้ตลอดทั้งปี
โพน
เป็นดินที่เกิดจากจอมปลวกขนาดใหญ่ มีพื้นที่ตั้งแต่ครึ่งงานถึง ๕ ไร่ มีชื่อเรียกแตกต่างกันตามแต่ละพื้นที่ หรือเรียกตามต้นไม้ที่ขึ้นบริเวณนั้น ใช้เป็นที่เลี้ยงสัตว์ ในช่วงฤดูฝนเป็นที่อาศัยของไส้เดือน หนู งู ฯลฯ
ลั้งหรือหอด
ลักษณะคล้ายหาดจมแต่เป็นโคลน อยู่ระหว่างวังกับแก้ง มีความลึกประมาณ ๒ เมตร เป็นที่อยู่อาศัยของปลา
วัง
เป็นบริเวณที่ลึกที่สุดของแม่น้ำสงครามและห้วยสาขา ฤดูแล้งมีความลึก ๔-๑๐ เมตร ฤดูฝนลึก ๙-๑๕ เมตร ส่วนใหญ่จะเกิดบริเวณโค้งน้ำตรงข้ามกับบริเวณหาดและแก้ง เพราะฤดูฝนความแรงของน้ำที่ไหลมาถึงบริเวณโค้งน้ำกระแทกกับตลิ่งทำให้น้ำไหลวนเกิดเป็นหลุมน้ำลึก ซึ่งบริเวณที่ลึกที่สุดของแม่น้ำสงคราม คือ วังพระเนาว์ บ้านศรีเวินชัย ตำบลสามผง
ส่อม
เป็นร่องน้ำขนาดเล็กติดกับส่วนยอดของห้วย อยู่ระหว่างห้วยกับซำ มีน้ำไหลเฉพาะช่วงฤดูน้ำหลาก ส่วนฤดูแล้งน้ำจะแห้งเหลือแต่ร่อง มีพรรณไม้ป่าทามขึ้นล้อมรอบ ส่อมบางแห่งเป็นน้ำซับสามารถใช้น้ำทำนาปรังและปลูกผัก บริเวณส่อมจะเกิดเทาที่กินได้
ส้าง
เป็นบ่อน้ำเล็กๆ ไทบ้านใช้เป็นแหล่งน้ำดื่ม มี ๒ ประเภท ได้แก่ ส้างที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ พบตามโคนต้นไม้ริมฝั่งแม่น้ำสงคราม ห้วยสาขา และส้างที่มนุษย์สร้างขึ้น
สาย
ใช้เรียกรวมกันกับลำน้ำทั่วไป มีความยาวพอๆ กับลำน้ำนั้น แต่ขนาดของร่องน้ำจะแคบและตื้นกว่า เช่น สายฮ่อง สายห้วย สายหนอง พบทั้งสัตว์น้ำและสัตว์บก ส่วนพืชที่พบ คือ ไม้ต้น ไม้เครือ ผักและพืชน้ำ ในฤดูแล้งจะทำนาปรังตามสายฮ่อง สายห้วย เป็นที่เลี้ยงวัว-ควาย และหาผักป่าบุ่งป่าทาม
โสก
เป็นร่องน้ำที่เกิดจากแรงของน้ำที่ตกจากที่สูงลงมากระแทกกับพื้นดินด้านล่าง ทำให้เป็นหลุมลึก ในช่วงฤดูแล้งใช้เป็นเส้นทางเดินขึ้นลงตามริมน้ำสงคราม และเป็นทางระบายน้ำลงสู่แม่น้ำในช่วงน้ำหลาก
หนอง
เป็นแหล่งน้ำกระจายอยู่ในป่าทาม มีขนาดตั้งแต่ ๒ งานขึ้นไปถึง ๓๐-๔๐ ไร่ ความลึกของหนองขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ บริเวณรอบๆ หนองพบพรรณไม้ป่าทามขึ้นหนาแน่น ในฤดูฝนหนองในพื้นที่ลุ่มน้ำสงครามจะมีน้ำเอ่อท่วมเป็นผืนน้ำเดียวกับลำน้ำสงครามและพื้นที่ทามที่ถูกน้ำท่วม
ห้วย
เป็นร่องน้ำที่ไหลออกจากหนอง เชื่อมระหว่างหนองกับหนอง หนองกับกุด หนองกับลำน้ำสงคราม มีความยาวตั้งแต่ ๑-๓ กิโลเมตรขึ้นไป ความกว้าง ๓-๕ เมตรขึ้นไป มีทั้งห้วยขนาดเล็กและขนาดใหญ่ กระจายอยู่ทั่วไปในทาม เช่น ห้วยอ้วน ห้วยอูน ห้วยซิง ห้วยปลาบึก ห้วยสีไค
หาด
พื้นที่ทรายและก้อนกรวดไหลมารวมกันก่อนถึงโค้งน้ำหรือช่วงท้ายโค้งน้ำ เกิดเป็นสันดอนในแม่น้ำ ฤดูแล้งสามารถมองเห็นพื้นทรายใต้น้ำ มีความลึก ๑-๓ เมตร เรียกหาดจม ส่วนหาดที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมาให้เห็นเป็นแนวยาว เรียกหาดฟู
เอือดเกลือ
คือดินที่มีเกลือผสม เกลือใต้ดินจะฟูขึ้นมาบนผิวดิน พบในช่วงฤดูแล้งน้ำแห้ง แต่ในช่วงฤดูน้ำหลากจะถูกน้ำท่วมเกิดตะไคร่น้ำหรือเทาน้ำที่เป็นอาหารของปลาบึกและปลาชนิดอื่น ส่วนใหญ่จะพบตามริมหนอง ห้วย ฮ่อง กุด สายและแหล่งน้ำต่างๆ เช่น ห้วยซิง ปากอา กุดตะกล้า ลำน้ำยาม ฯลฯ
ฮ่อง
เป็นร่องน้ำลักษณะคล้ายห้วยที่เชื่อมระหว่างห้วย หนอง กุด และแม่น้ำสงคราม แต่ขนาดเล็กและตื้นกว่าห้วย สามารถมองเห็นฮ่องได้ในช่วงน้ำลดประมาณปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม หากน้ำหลากน้ำจะท่วมหมดไม่สามารถที่จะมองเห็นฮ่องได้
แฮกหมาน
การกระทำครั้งแรกเพื่อโชคดี
โฮมหมู่
รวมเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง