เรื่องโดย อังคณา แสงพร้อม
หัวเรื่อง เมื่อ "ขอม" เข้ามาแม่น้ำสงคราม

หลายจังหวัดภาคอีสานของประเทศไทยมีแม่น้ำโขงไหลผ่านเป็นแนวเขตพรมแดนกับประเทศเพื่อนบ้านคือ ประเทศลาว และจังหวัดนครพนมเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีแม่น้ำโขงไหลผ่านเป็นพรมแดนกับประเทศลาว

สภาพของสังคม วัฒนธรรม วิถีชีวิต จารีตประเพณีปฏิบัติ หรือแม้กระทั่งภาษา มีความคล้ายคลึงกัน แม้กระทั่งในปัจจุบันหลายต่อหลายคนยังมีบรรพบุรุษมาจากประเทศลาว เช่น จากแขวงคำม่วน นครเวียงจันทร์ แขวงสะหวันนะเขต เป็นต้น

ทำให้มีการเดินทางไปมาหาสู่กันของผู้คนสองฝั่งแม่น้ำโขงตั้งแต่อดีตจนกระทั่งปัจจุบัน ซึ่งสมัยก่อนการเดินทางยังคงใช้เกวียน เดินเท้า และใช้เรือเป็นสำคัญนครพนมนั้นมีความเหมาะสมที่จะเดินทางโดยทางเรือเป็นอย่างยิ่งเพราะมีแม่น้ำสายสำคัญอีกหลายสายนอกเหนือจากแม่น้ำโขงไหลผ่าน คือ แม่น้ำสงคราม ลำน้ำก่ำ ลำน้ำทวย ลำน้ำอูน ลำน้ำเมา ลำน้ำยาม

ดังนั้นจึงเหมาะแก่การอพยพเคลื่อนย้ายของคนกลุ่มต่างๆ เข้าไปยังพื้นที่ๆ มีทรัพยากรความอุดมสมบูรณ์ แม่น้ำสงครามเป็นแม่น้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะปลาจำนวนมากที่อพยพขึ้นมาจากแม่น้ำโขง ซึ่งหนึ่งในกลุ่มคนที่อพยพเข้ามาในแม่น้ำสงคราม คือ "กลุ่มคนขอม" ดังคำบอกเล่าของ "ชาวบ้านยางงอย" ในลุ่มน้ำสงคราม ที่ยืนยันว่า "ดอนปู่ตา" หรือ "ดอนหลวงพระบาง" ของหมู่บ้านในปัจจุบัน สมัยก่อนเป็นที่ตั้ง "เมืองเก่าของชาวขอม" และมีหลักฐานชัดเจนคือสถูปเจดีย์เก่าที่ยังคงมีอยู่ในดอนปู่ตาแห่งนี้

ชาวบ้านยางงอย ตำบลศรีสงคราม อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม เชื่อว่าบรรพบุรุษของตัวเองเป็นชาวขอม ที่ล่องเรือตามแม่น้ำโขง เข้ามาสู่แม่น้ำสงครามบริเวณที่แม่น้ำสงครามไหลบรรจบกับแม่น้ำสงครามตรงบ้านไชยบุรี (ปัจจุบันบ้านไชยบุรี ขึ้นกับ ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม) เพื่อค้าขายเครื่องเงิน เครื่องทอง มีด พร้า ดาบ ฯลฯ

กลุ่มคนขอมได้เห็นความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำสงคราม จึงตกลงกันตั้งชุมชนอยู่อาศัยและตั้งชื่อว่า "เมืองสมพะมิด" หรือ "เมืองโศภมิตร"

เมืองสมพะมิดมีอาณาเขตที่กว้างใหญ่ โดยทางทิศเหนือติดกับแม่น้ำโขงประเทศลาว ทิศใต้ติดกับเมืองโพธิไพศาล (ต.โพธิไพศาล อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร ในปัจจุบัน) ทิศตะวันออกติดกับเมืองไชยบุรี (ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ในปัจจุบัน) ทิศตะวันตกติดกับเมืองอากาศอำนวย (อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร ปัจจุบัน)

มีเจ้าเมืององค์สุดท้าย คือ พระยาคำแดง มีพระมเหสี ชื่อ พระนางไข่ค้อม และมีธิดา ๑ องค์ ชื่อ พระนางไอ่คำ เมื่อครั้งเกิดสงครามในเขตลุ่มน้ำโขง พระองค์จึงประกาศให้ราษฎรเก็บข้าวของอพยพหนีออกจากเมือง เนื่องจากมีกำลังทหารจำนวนเล็กน้อย ให้ไปหลบอยู่ในป่าใกล้หนองน้ำห่างจากเมืองสมพะมิดประมาณ ๒ กิโลเมตร(ปัจจุบันหนองน้ำแห่งนี้ชื่อหนองบาท้าว ในเขต บ.หนองบาท้าว ต.ศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม) แต่ในที่สุดก็ไม่สามารถหลบเลี่ยงกับสงครามได้ พระองค์ พระมเหสี พระธิดาและชาวเมืองสมพะมิดถูกฆ่าตายในสงครามเป็นจำนวนมาก และฝ่ายได้ชัยชนะในสงครามได้เปลี่ยนชื่อเมืองเป็น "เมืองหลวงพระบาง" แต่ไม่มีผู้ปกครองเมือง จึงทำให้เมืองสมพะมิดอ่อนแอ และล่มสลายลงเมื่อประมาณ ๒๐๐ กว่าปีที่ผ่านมา หลังจากนั้นชน "เผ่าญ้อ" จาก "เมืองโป่งและเมืองสา" ประเทศลาว ได้เดินทางเข้ามาหาปลาและค้าขายสิ้นค้าในแม่น้ำสงคราม จึงรวมกันตั้งบ้านเรือนตรงที่ดอนริมฝั่งแม่น้ำสงครามหรือบริเวณที่ตั้งของหมู่บ้านปัจจุบัน ซึ่งห่างจากดอนหลวงพระบางประมาณ ๑ กิโลเมตร

ชนเผ่าญ้อสมัยนั้นเชื่อว่าในดอนหลวงพระบางนั้นเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มีวิญญาณชาวขอมยังสิงสถิตย์อยู่ คอยปกปักรักษาให้ชาวบ้านอยู่เย็นเป็นสุข และตั้งเป็น "ดอนปู่ตา" เป็นสถานที่เคารพบูชาของหมู่บ้าน

พอถึงก่อนเดือนหก ก่อนลงทำนา ทำปลา ชาวบ้านในหมู่บ้านก็จะร่วมกันทำพิธีเลี้ยงบ้าน เพื่อบอกกล่าวผีบ้านผีเมืองให้ช่วยปกปักรักษาผู้คนในชุมชน ผลผลิตของชุมชนให้ได้ผลผลิตที่ดี และเดือนสิบสองหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิต ทำพิธีเพื่อเลี้ยงขอบคุณที่ช่วยรักษาผู้คนและผลผลิตของชุมชนดังที่ขอไว้

วัฒนธรรม ประเพณี และจารีตประเพณีปฎิบัติ ยังคงได้รับการสืบทอดมาถึงทุกวันนี้ ซึ่งชาวบ้านยางงอยในปัจจับนยังคงเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ "ญ้อ" เหมือนในอดีต การสื่อสารก็ยังใช้สำเนียง "ลาวปนญ้อ"

ปัจจุบันบริเวณดอนหลวงพระบาง มีสภาพเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของหมู่บ้าน มีต้นไม้ขนาดใหญ่อายุหลายสิบปี เช่น ต้นยางนา ต้นกระสิน ต้นตะเคียน ต้นกะบาก เป็นต้น ชาวบ้านยางงอยจึงมีมติร่วมกันประกาศเป็น "ป่าชุมชน" ของหมู่บ้าน
ล้อมกรอบ ๒ กรอบ เพื่อเน้นคำพูดให้ตัวใหญ่ขึ้น

" แม่น้ำสงครามเป็นแม่น้ำที่ความอุดมสมบูรณ์มาก โดยเฉพาะปลาจำนวนมากที่อพยพขึ้นมาจาก
แม่น้ำโขง "

" ปัจจุบันดอนหลวงพระบาง มีสภาพเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของหมู่บ้าน มีต้นไม้ขนาดใหญ่อายุหลายสิบปี ชาวบ้านยางงอยจึงมีมติร่วมกันประกาศเป็น "ป่าชุมชน" ของหมู่บ้าน "


เกร็ดความรู้
ยุค "ขอม" เรืองอำนาจนั้น ได้ขยายอำนาจครอบคลุมหลายพื้นที่ในเขตลุ่มน้ำโขง กษัตริย์ผู้ปกครอง "อาณาจักรขอม" ยังสร้างสถาปัตยกรรม ไว้เพื่อแสดงถึงความรุ่งเรืองของบ้านเมืองตามพื้นที่ต่างๆ มากมาย เมื่อถึง "ยุคล่มสลาย" ของ "อาณาจักรขอม" สถาปัตยกรรมที่สร้างไว้หลายแห่งปัจจุบันเป็นจุดเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชนชาติขอม เช่น ปราสาทหินนครวัดนครธม ประเทศกัมพูชา วัดพู แขวงจำปาสัก ประเทศลาว เป็นต้น ในประเทศไทยมีหลายแห่งโดยเฉพาะในเขตอีสานใต้ เช่น ปราสาทหินพนมรุ้ง บุรีรัมย์ ปราสาทหินพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ส่วนภาคอีสานตอนบนยังคงมีหลักฐานเกี่ยวกับอาณาจักรขอม เช่น พระธาตุเจงเวง อำเภอเมือง พระธาตุภูเพ็ก อำเภอพรรณานิคม กู่เมืองเก่าบ้านพันนา อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร เป็นต้น